วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 9 การประสานงาน การรายงาน และการเงินงบประมาณ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การประสานงานCO-ORDINATION 
(แบบฝึกหัดท้าบบท)

1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง

    ตอบ   สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน
  1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม
  2. การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน
  3. การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี
  4. มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ
  5. การประสานงานโดยวิธีควบคุม
2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง

     ตอบ    1.จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
     2.การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
     3.การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
     4.การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
     5.การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
     6.การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
     7.การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ

    ตอบ  1.การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดีไม่สามารถกระทำได้
     2.การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
     3.การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น  ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน
     4.การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
     5.การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทาให้การทางานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
     6.การขาดการนิเทศงานที่ดี
     7.ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
     8.การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
     9.ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
     10.การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
     11.ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
     12.เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

4. จากทฤษฎีที่ศึกษามานิสิตคิดว่าศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ใดบ้างที่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดการประสานงานที่ดี จงยกตัวอย่างศูนย์ฯ พร้อมอธิบาย

     ตอบ  ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา เพราะ มีระบบการติดต่อสื่อสารที่ดี มีความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงาน มีการสร้างขวัญกำลังใจ มีระบบการทำงานที่แบ่งหน้าที่เป็นฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้การติดต่อกันภายในองค์กรเป็นไปอย่างสะดวก และมีระบบ

การบ้านประจำสัปดาห์


1. การประสานงานมีกี่ประเภทอะไรบ้า

     ตอบ ประเภทของการประสานงานแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ

     1.การประสานงานภายในองค์การและภายนอกองค์การ การประสานงานภายในองค์การ หมายถึง การประสานงานภายในหน่วยงานหรือองค์การนั้น ๆ ส่วนการประสานงานภายนอกองค์การเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานหรือการติดต่อกับบุคคลภายนอกต่าง ๆ
     2.การประสานงานในแนวดิ่ง และการประสานงานในแนวราบ การประสานงานในแนวดิ่ง หมายถึง การประสานงานจากผู้บังคับบัญชามาสู่ผู้ใต้บังคับบัญชา (Top down) และการประสานงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บังคับบัญชา (Bottom up) ส่วนการประสานงานในแนวราบ หมายถึง การประสานงานในระดับเดียวกัน

2. ให้นิสิตอธิบายความสำคัญของการประสานงานกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

    ตอบ  ความสำคัญของการประสานงานกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ คือ ประสานงานเพื่อช่วยติดต่อสื่อสารตามลำดับขั้นตอนด้วยวาจา ด้วยเอกสาร หรือช่องทางอื่น  โดยมีการจัดระเบียบวิธีการทำงานเพื่อให้งานและหน้าที่ฝ่ายต่าง ร่วมมือปฏิบัติเป็นน้ำหนึ่ง  ใจเดียวไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน ขัดแย้งหรือก้าวก่ายหน้าที่กัน ทั้งนี้เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายขององค์การนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

3. การรายงานผลมีความสำคัญต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร

     ตอบ  การรายงานผลการดำเนินงานการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อ  ไป

4. ประเภทของเงินงบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง

    ตอบ  ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
     “เงินเดือน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ข้าราชการทุกประเภทเป็นรายเดือนโดยมีอัตรากำหนดไว้แน่นอนในบัญชีถือจ่ายเงินเดือนประจำ ที่กรมบัญชีกลาง ได้ตรวจสอบยืนยันว่าถูกต้องแล้ว และรวมตลอดถึงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนดให้จ่ายในลักษณะเงินเดือนและเงินเพิ่มอื่น  ที่จ่ายควบกับเงินเดือน
(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
     “ค่าจ้างชั่วคราว” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการตามสัญญาจ้างต่อปี/ต่อเดือน/ต่อวัน
(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
     “ค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายตอบแทนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานให้ทางราชการ เช่น
          1. เงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ
          2. เงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น  ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลสารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง อาทิ เงินช่วยเหลือ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เงินช่วยเหลือในการทำศพ เป็นต้น
     “ค่าใช้สอย” หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการใด  (นอกจากบริการสาธารณูปโภครายจ่ายเกี่ยวกับการรับรองและพิธีการ และรายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น 
     รายจ่ายเกี่ยวกับการรับรองและพิธีกร
        1. ค่ารับรอง (รายจ่ายในการเลี้ยงรับรองของทางราชการ)
        2. ค่ารับรองประเภทเครื่องดื่ม
        3. ค่ารับรองในการเดินทางไปต่างประเทศ
        4. ค่าใช้จ่ายในพิธีทางศาสนา
     รายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น 
        1. ค่าพาหนะเดินทางในประเทศ
        2. ค่าเช่าที่พักระหว่างเดินทางในประเทศ
        3. ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในประเทศ
        4. ค่าเบี้ยเลี้ยงทหาร
        5. ค่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจ
        6. ค่าเบี้ยเลี้ยงพยานหรือผู้ต้องหา
        7. ค่าของขวัญ ของรางวัล หรือเงินรางวัล
        8. ค่าพวงมาลัย ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ และพวงมาลา
        9. ค่าชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากทางราชการ
       10. เงินรางวัลตำรวจคุ้มกันทรัพย์สินของทางราชการ
       11. เงินรางวัลเจ้าหน้าที่
       12. เงินประกันสังคม (ในฐานะนายจ้าง)
     “ค่าวัสดุ”  หมายความว่า
         1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
              1.1 สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
             1.2 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
             1.3 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
             1.4 สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบารุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
     “ค่าสาธารณูปโภค” หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการสาธารณูปโภคเช่น
            1. ค่าไฟฟ้า
            2. ค่าน้าประปา
            3. ค่าโทรศัพท์
            4. ค่าไปรษณีย์ ค่าโทรเลข ค่าธนาณัติ ค่าซื้อดวงตราไปรษณียากร ค่าเช่าตู้ไปรษณีย์
            5. ค่าบริการทางด้านโทรคมนาคม
(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งสิ่งต่าง  ซึ่งติดกับที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายต่าง  ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการปรับปรุงที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งมิใช่เป็นการซ่อมแซมตามปกติ
      “ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
            1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทา ทา เองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
                1.1 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป และมี ราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาทหรือ
                1.2 สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
           2. ค่าใช้จ่ายต่าง  ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1
เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพดีขึ้น ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
           3. ค่าใช้จ่ายต่าง  ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่งค่าภาษี
ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายค่าครุภัณฑ์
(6) หมวดเงินอุดหนุน
     “เงินอุดหนุน” มี 2 ลักษณะ ได้แก่
          (1) “เงินอุดหนุนทั่วไป” หมายความว่า เงินที่จ่ายเพื่อช่วยเหลือจ่ายเป็นค่าบำรุงแก่องค์การ เอกชน นิติบุคคล หรือกิจการอันเป็นสาธารณะประโยชน์
          (2) “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ” หมายความว่า เงินที่จ่ายเพื่อช่วยเหลือแก่องค์การเอกชนนิติบุคคล หรือกิจการอันเป็นสาธารณะประโยชน์ตามรายการและรายละเอียดที่สำนักงานประมาณกำหนด
     เงินอุดหนุนโดยอนุโลม
           1. ค่าฌาปนกิจ
           2. ค่าสินบน
           3. ค่ารางวัลนาจับ
           4. เงินอื่น  ที่สานักงบประมาณจา กำหนดเพิ่มเติม
(7) หมวดรายจ่ายอื่น
     “รายจ่ายอื่น” หมายความว่า รายจ่ายต่าง  ซึ่งไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดหนึ่งหมวด
หนึ่งหมวดใดดังกล่าวข้างต้น หรือรายจ่ายที่สา นักงบประมาณกำหนดให้อยู่ในหมวดนี้เช่น
       1. เงินราชการลับ
       2. ค่าภาษีและค่าธรรมเนียมในการออกของ
       3. ค่าภาษีผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศ
       4. ค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งไม่เกี่ยวกับครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้างหรือไม่ได้มา ซึ่งครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง เช่น ค่าจ้างศึกษาพัฒนาระบบการจราจร ค่าจ้างบริหารการจัดการระบบต่าง 
      5. ค่าปรับที่จ่ายคืนให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง
      6. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว

5. เงินอุดหนุนโดยอนุโลมมีอะไรบ้าง จงอธิบาย

    ตอบ   เงินอุดหนุนโดยอนุโลม มี หัวข้อ คือ
     1. ค่าฌาปนกิจ คือ เงินที่ผู้สมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจต้องชำระแก่สมาคมฌาปนกิจโดยตรง หรือชำระที่สหกรณ์ออมทรัพย์ที่สมาชิกสังกัดอยู่
     2. ค่าสินบน  คือ  ทรัพย์หรือสิ่งของที่จะให้เป็นเครื่องบูชาคุณหรือตอบแทนผู้ที่จะช่วยให้สำเร็จตามประสงค์  
     3. ค่ารางวัลนำจับ  คือ เงินค่าหัว ที่รัฐบาล ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นรางวัลให้กับผู้ที่จับผู้ที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองและประเทศได้ มาลงโทษ 
     4. เงินอื่น ๆ ที่สำนักงบประมาณจะกำหนดเพิ่มเติม

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 5

1. ระบบการบริหารงานบุคคลมีอะไรบ้า

หลักการบริหารงาน มี 2 ระบบ คือ1. ระบบคุณธรรม (Merit System) ใช้หลักเกณฑ์1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิ์สอบได้ทุกคน1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้ที่มีความสามารถสูงไว้ก่อน1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออกอยู่จนเกษียณ1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช่น ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท2. ระบบอุปถัมภ์ (Patronage System หรือ Spoil System) ยึดพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการคุณ ซึ่งเป็นระบบดั้งเดิม

2. การจำแนกตำแหน่งมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

การจำแนกตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 ประเภท
1.จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง Position Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร เป็นต้น
2.การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ Rank Classification เป็นการจำแนกตาแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบกับชั้นยศ ใช้กับทหาร ตำรวจ
3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification จำแนกตามคุณลักษณะความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย์

3. ขั้นตอนของการวางแผนกำลังคนมีอะไรบ้าง

การวางแผนกำลังคน Manpower Planning หมายถึง กระบวนการที่กำหนดหรือระบุ ความต้องการกำลังคน รวมทั้งวิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่งกำลังคนตามที่ต้องการ เพื่อการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์และแผนขององค์การที่วางไว้ การวางแผนกำลังคนจะช่วยให้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อจะได้มีคนไว้ทำงานในทุกตำแหน่งและทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวางแผนกำลังคนทำให้เราเชื่อมั่นว่า เรามีคนที่เหมาะสมพร้อมไว้เสมอที่จะบรรจุเข้าทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่สำคัญ ๆ
                ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนกำลังคนศึกษานโยบายและแผนขององค์การ กระบวนการวางแผนกำลังคนต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้น ๆ ในอนาคตการขยายตัวและการเจริญเติบโตขององค์การ (และคู่แข่ง)การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างองค์การการเปลี่ยนแปลงในแนวคิดปรัชญาการบริหารในอนาคตบทบาทของรัฐบาลบทบาทสหภาพแรงงานการแข่งขันของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ
                          การตรวจสภาพกำลังคน ; ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกำลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จำนวนตำแหน่ง อัตรากำลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ การตรวจสภาพกำลังคนอาจจะทำได้ดังต่อไปนี้
1. การวิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง องค์การมีตำแหน่งอะไรบ้าง มีคุณสมบัติแต่ละตำแหน่งอย่างไรบ้าง
2. การทำบัญชีรายการทักษะ ตรวจสภาพพนักงานแต่ละคนมีความสามารถ ชำนาญถนัดในด้านใดบ้าง
3. คาดการความสูญเสียกำลังคนในอนาคต ใครจะลาออกในอนาคต ใครเกษียณอายุปีหน้าบ้าง
4. ศึกษาความเคลื่อนไหวภายในเกี่ยวกับ การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย ให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา
              การพยากรณ์ความต้องการกำลังคน คล้ายกับการตรวจสภาพกำลังคน แต่การพยากรณ์มุ่งเน้นอนาคต จะอาศัยปัจจัยต่อไปนี้เพื่อช่วยในการพยากรณ์คือ
1. ปริมาณการผลิต
2. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
3. อุปสงค์และอุปทาน
4. การวางแผนอาชีพให้แก่พนักงาน Career Planning



การเตรียมหาคนสำหรับอนาคต อาจทำได้ดังนี้
6.  การสรรหาคัดเลือกบุคคลจากภายนอก ตลาดแรงงาน
5.  การฝึกอบรมพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ ช่วยขวัญกำลังใจ แผนอาชีพ

4. การวางแผนกำลังคนที่ดีมีอะไรบ้าง

1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จำเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
4. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก
6. การทำให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (จิ๋วแต่แจ๋วเล็กดีรสโต) (Job Enlargement) เล็ก ๆ มิต้าไม่ ใหญ่ ๆ มิต้าทำ

5. องค์ประกอบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง จงอธิบาย

1. ความเป็นผู้นำ ;เป็นกระบวนการของการสั่งการ และการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในองค์การ ให้ยอมตามเพราะยอมรับในอำนาจที่มาจาก 3 แหล่ง คือ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมา อำนาจจากบารมี และอำนาจตามกฎหมาย จึงก่อให้เกิดผู้นำ 3 แบบ คือ แบบประชาธิปไตย แบบเผด็จการ และแบบตามสบาย                2. การจูงใจ ; มีความสำคัญต่อการสั่งการหรือการอำนวยการ เพราะเกี่ยวกับบุคลากรให้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องมีการจูงใจหรือกระตุ้นให้อยากทำงาน โดยอาศัยหลักธรรมชาติว่ามนุษย์ต้องการ 5 ระดับได้แก่ความต้องการขั้นพื้นฐาน คือปัจจัย 4 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย ความต้องการทางสังคม ความต้องการมีเกียรติยศชื่อเสียง และความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต
           ดังนั้น ในการสั่งการโดยมีเทคนิคจูงใจด้วย ก่อนจะสั่งการควรขึ้นคำถามก่อนว่า “พอมีเวลาหรือไม่” หรือ “คุณจะช่วยงานนี้ได้ไหม
3. การติดต่อสื่อสารเป็นกระบวนการสำคัญช่วยให้การอำนวยการดำเนินไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ มี 2 ลักษณะคือ สื่อสารแบบทางเดียว และสื่อสารแบบ 2 ทาง
4. องค์การและการบริหารงานบุคคล จุดมุ่งหมายของนักอำนวยการคือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและองค์การ ซึ่งต้องการไม่เหมือนกันผู้อำนวยการจึงต้องทำให้เกิดความสมดุลกัน

6. ประเภทของการอำนวยการมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

โดยวาจา
โดยลายลักษณ์อักษร ได้แก่
1. ทำบันทึกข้อความ
2. หนังสือเวียน
3. คำสั่ง
4. ประกาศ

7. รูปแบบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง

1. คำสั่งแบบบังคับ
2. คำสั่งแบบขอร้อง
3. คำสั่งแบบแนะนำหรือโดยปริยาย
4. คำสั่งแบบขอความสมัครใจ

8. การอำนวยการที่ดีมีอะไรบ้าง

ต้องชัดเจน
     ให้คำสั่งมีลักษณะแน่นอน ไม่ใช่ตามอารมณ์
     ถ้าผู้รับคำสั่งมีท่าทีสงสัย ให้ขจัดความสงสัยทันที
     ใช้นำเสียงให้เป็นประโยชน์
     วางสีหน้าเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง
     ใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพ
     ลดคำสั่งที่มีลักษณะ “ห้าม” การกระทำให้เหลือน้อยที่สุด
     อย่าออกคำสั่งในเวลาเดียวกัน มากเกินไป
     ต้องแน่ใจว่าการออกคำสั่งหลาย ๆ คำสั่ง ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง
     ถ้าผู้รับปฏิบัติ ปฏิบัติไม่ได้ อย่าบันดาลโทสะ พิจารณาตนเองว่าเหตุใดคำสั่งไม่ได้ผล อย่าโยนความผิดให้ผู้รับคำสั่ง

9. ให้นิสิตอธิบายความเชื่อมโยงการบริหารงานบุคคลกับการอำนวยการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนอย่างไร

การบริหารงานบุคคล คือ ศิลปะในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานในองค์การ มอบหมายงาน พัฒนาบุคคลและให้พ้นจากงาน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของเป้าหมายหรือบริการของศูนย์ฯ หรือหน่วยงานเป็นสำคัญ
ส่วนการอำนวยการ หมายถึง การจัดการของผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการสั่งการตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ชี้แนะ บุคคล การนิเทศงาน และการติดตามผล เพื่อให้งานดำเนินไปตามแผนหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้
ดังนั้น การบริหารงานบุคคลกับการอำนวยการจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพราะ ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ต้องพิจารณาถึงปัญหาและความก้าวหน้าของหน่วยงานโดยมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กรเป็นหลักในการตัดสินใจ จึงต้องมีการบริหารงานบุคคลมาเป็นส่วนช่วยในการวางคนให้ถูกกับงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด และการอำนวยการก็เหมือนเป็นส่วนช่วยให้งานที่ได้รับมอบหมายสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากการอำนวยการจะเป็นการบริหารจัดการของผู้บริหารซึ่งก็คือผู้ที่คอยช่วยชี้แนะ และแนะนำบุคคลที่ทำงานนั้นๆได้ทำงานสำเร็จตามที่วางแผนไว้

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4 เรื่อง การจัดผังโครงสร้างของศูนย์ (Organizing)


ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้
1.1 แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์ 
1.2 โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด


1.สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ


http://www.lib.buu.ac.th/webnew2/?page_id=735


 เป็นโครงสร้างแบบ Line Organization เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้นๆ จากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด
2. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
http://www.bims.buu.ac.th/j3/



แบบ Line and Staff  Organization  เพราะรูปแบบการจัดโครงสร้างสำหรับหน่วยงานขนาดใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีในรูปแบบของคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้น ๆ


วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 3 เรื่อง การวางแผน (Planning)


ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้


ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้  คือ  พิพิธภัณฑ์สิรินธร

 1. นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์

- วิสัยทัศน์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์และธรณีวิทยา 


- กลุ่มเป้าหมาย   ประชาชนทุกคน




 2. แหล่งที่มาของศูนย์

ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบโดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปีพ.ศ. 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2537 พบว่า ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมี รูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร 
ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง Phuwiangosaurus sirindhornae ) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก


พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 -3 00 , 000 คน

3. แผนการดาเนินงาน 

แหล่งอ้างอิง : http://www.dmr.go.th/main.php?filename=index