หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การประสานงานCO-ORDINATION
(แบบฝึกหัดท้าบบท)
(แบบฝึกหัดท้าบบท)
1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง
ตอบ สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน
- การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม
- การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน
- การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี
- มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ
- การประสานงานโดยวิธีควบคุม
ตอบ 1.จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2.การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
3.การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
4.การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
5.การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
6.การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
7.การติดตามผล
3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
ตอบ 1.การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดีไม่สามารถกระทำได้
2.การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
3.การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน
4.การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
5.การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทาให้การทางานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
6.การขาดการนิเทศงานที่ดี
7.ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
8.การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
9.ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
10.การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
11.ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
12.เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป
ตอบ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา เพราะ มีระบบการติดต่อสื่อสารที่ดี มีความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงาน มีการสร้างขวัญกำลังใจ มีระบบการทำงานที่แบ่งหน้าที่เป็นฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้การติดต่อกันภายในองค์กรเป็นไปอย่างสะดวก และมีระบบ
การบ้านประจำสัปดาห์
1. การประสานงานมีกี่ประเภทอะไรบ้า ง
ตอบ ประเภทของการประสานงานแบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ
1.การประสานงานภายในองค์การและภายนอกองค์การ การประสานงานภายในองค์การ หมายถึง การประสานงานภายในหน่วยงานหรือองค์การนั้น ๆ ส่วนการประสานงานภายนอกองค์การเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานหรือการติดต่อกับบุคคลภายนอกต่าง ๆ
2.การประสานงานในแนวดิ่ง และการประสานงานในแนวราบ การประสานงานในแนวดิ่ง หมายถึง การประสานงานจากผู้บังคับบัญชามาสู่ผู้ใต้บังคับบัญชา (Top down) และการประสานงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บังคับบัญชา (Bottom up) ส่วนการประสานงานในแนวราบ หมายถึง การประสานงานในระดับเดียวกัน
2. ให้นิสิตอธิบายความสำคัญของการป ระสานงานกับการจัดการศูนย์ทรัพย ากรการเรียนรู้
ตอบ ความสำคัญของการประสานงานกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ คือ ประสานงานเพื่อช่วยติดต่อสื่อสารตามลำดับขั้นตอนด้วยวาจา ด้วยเอกสาร หรือช่องทางอื่น ๆ โดยมีการจัดระเบียบวิธีการทำงานเพื่อให้งานและหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆร่วมมือปฏิบัติเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน ขัดแย้งหรือก้าวก่ายหน้าที่กัน ทั้งนี้เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายขององค์การนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การรายงานผลมีความสำคัญต่อการจั ดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร
ตอบ การรายงานผลการดำเนินงานการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อ ๆ ไป
4. ประเภทของเงินงบประมาณในการจัดก ารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะ ไรบ้าง
ตอบ ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
“เงินเดือน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ข้าราชการทุกประเภทเป็นรายเดือนโดยมีอัตรากำหนดไว้แน่นอนในบัญชีถือจ่ายเงินเดือนประจำ ที่กรมบัญชีกลาง ได้ตรวจสอบยืนยันว่าถูกต้องแล้ว และรวมตลอดถึงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนดให้จ่ายในลักษณะเงินเดือนและเงินเพิ่มอื่น ๆ ที่จ่ายควบกับเงินเดือน
(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
“ค่าจ้างชั่วคราว” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการตามสัญญาจ้างต่อปี/ต่อเดือน/ต่อวัน
(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
“ค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายตอบแทนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานให้ทางราชการ เช่น
1. เงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ
2. เงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลสารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง อาทิ เงินช่วยเหลือ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เงินช่วยเหลือในการทำศพ เป็นต้น
“ค่าใช้สอย” หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการใด ๆ (นอกจากบริการสาธารณูปโภค) รายจ่ายเกี่ยวกับการรับรองและพิธีการ และรายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ
รายจ่ายเกี่ยวกับการรับรองและพิธีกร
1. ค่ารับรอง (รายจ่ายในการเลี้ยงรับรองของทางราชการ)
2. ค่ารับรองประเภทเครื่องดื่ม
3. ค่ารับรองในการเดินทางไปต่างประเทศ
4. ค่าใช้จ่ายในพิธีทางศาสนา
รายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ
1. ค่าพาหนะเดินทางในประเทศ
2. ค่าเช่าที่พักระหว่างเดินทางในประเทศ
3. ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในประเทศ
4. ค่าเบี้ยเลี้ยงทหาร
5. ค่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจ
6. ค่าเบี้ยเลี้ยงพยานหรือผู้ต้องหา
7. ค่าของขวัญ ของรางวัล หรือเงินรางวัล
8. ค่าพวงมาลัย ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ และพวงมาลา
9. ค่าชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากทางราชการ
10. เงินรางวัลตำรวจคุ้มกันทรัพย์สินของทางราชการ
11. เงินรางวัลเจ้าหน้าที่
12. เงินประกันสังคม (ในฐานะนายจ้าง)
“ค่าวัสดุ” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
1.1 สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
1.2 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
1.3 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
1.4 สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบารุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
“ค่าสาธารณูปโภค” หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการสาธารณูปโภคเช่น
1. ค่าไฟฟ้า
2. ค่าน้าประปา
3. ค่าโทรศัพท์
4. ค่าไปรษณีย์ ค่าโทรเลข ค่าธนาณัติ ค่าซื้อดวงตราไปรษณียากร ค่าเช่าตู้ไปรษณีย์
5. ค่าบริการทางด้านโทรคมนาคม
(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ซึ่งติดกับที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการปรับปรุงที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งมิใช่เป็นการซ่อมแซมตามปกติ
“ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทา ทา เองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
1.1 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป และมี ราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาทหรือ
1.2 สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1
เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพดีขึ้น ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่งค่าภาษี
ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายค่าครุภัณฑ์
(6) หมวดเงินอุดหนุน
“เงินอุดหนุน” มี 2 ลักษณะ ได้แก่
(1) “เงินอุดหนุนทั่วไป” หมายความว่า เงินที่จ่ายเพื่อช่วยเหลือจ่ายเป็นค่าบำรุงแก่องค์การ เอกชน นิติบุคคล หรือกิจการอันเป็นสาธารณะประโยชน์
(2) “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ” หมายความว่า เงินที่จ่ายเพื่อช่วยเหลือแก่องค์การเอกชนนิติบุคคล หรือกิจการอันเป็นสาธารณะประโยชน์ตามรายการและรายละเอียดที่สำนักงานประมาณกำหนด
เงินอุดหนุนโดยอนุโลม
1. ค่าฌาปนกิจ
2. ค่าสินบน
3. ค่ารางวัลนาจับ
4. เงินอื่น ๆ ที่สานักงบประมาณจา กำหนดเพิ่มเติม
(7) หมวดรายจ่ายอื่น
“รายจ่ายอื่น” หมายความว่า รายจ่ายต่าง ๆ ซึ่งไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดหนึ่งหมวด
หนึ่งหมวดใดดังกล่าวข้างต้น หรือรายจ่ายที่สา นักงบประมาณกำหนดให้อยู่ในหมวดนี้เช่น
1. เงินราชการลับ
2. ค่าภาษีและค่าธรรมเนียมในการออกของ
3. ค่าภาษีผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศ
4. ค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งไม่เกี่ยวกับครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้างหรือไม่ได้มา ซึ่งครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง เช่น ค่าจ้างศึกษาพัฒนาระบบการจราจร ค่าจ้างบริหารการจัดการระบบต่าง ๆ
5. ค่าปรับที่จ่ายคืนให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง
6. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว
5. เงินอุดหนุนโดยอนุโลมมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ เงินอุดหนุนโดยอนุโลม มี 4 หัวข้อ คือ
1. ค่าฌาปนกิจ คือ เงินที่ผู้สมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจต้องชำระแก่สมาคมฌาปนกิจโดยตรง หรือชำระที่สหกรณ์ออมทรัพย์ที่สมาชิกสังกัดอยู่
2. ค่าสินบน คือ ทรัพย์หรือสิ่งของที่จะให้เป็นเครื่องบูชาคุณหรือตอบแทนผู้ที่จะช่วยให้สำเร็จตามประสงค์
3. ค่ารางวัลนำจับ คือ เงินค่าหัว ที่รัฐบาล ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นรางวัลให้กับผู้ที่จับผู้ที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองและประเทศได้ มาลงโทษ
4. เงินอื่น ๆ ที่สำนักงบประมาณจะกำหนดเพิ่มเติม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น